ถึงฤดู’น้ำท่วมใต้’อีกแล้ว! มีวิธีแก้ไขระยะยาวอย่างไร

ถึงฤดู’น้ำท่วมใต้’อีกแล้ว! มีวิธีแก้ไขระยะยาวอย่างไร

ถึงฤดู’น้ำท่วมใต้’อีกแล้ว! มีวิธีแก้ไขระยะยาวอย่างไร
สัปดาห์นี้เอ่ยถึงอุทกภัยภาคใต้ที่เกิดขึ้นเกือบทุกปีและทวีความรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็น “ภัยพิบัติ” แล้ว เรามาหาวิธีแก้ไขทั้งปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาวกันเถอะ!!

แม้ช่วงนี้จะเป็น “หน้าฝน” ของภาคใต้ ที่ผ่านมาจะมีน้ำท่วมทุกปี แต่ช่วงหลังๆ เกือบทุกปีจะมีน้ำท่วม และรุนแรงมากขึ้น จนเป็น “ภัยพิบัติ” ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นวิกฤตการณ์ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางของหลายจังหวัด จำนวนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนก็มากมายหลายล้านคน เรือกสวนไร่นา หรือพื้นที่การเกษตรตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานถนนหนทาง ไฟฟ้าประปา ได้รับความเสียหายมากมาย

รวมทั้งพื้นที่การค้าพาณิชย์ก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย เหตุเพราะหลายพื้นที่น้ำเข้าท่วมเขตตัวเมือง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นย่านการค้าพาณิชย์ ทำให้กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และอาจนำไปสู่ปัญหาทางสังคมให้ตามมาอีกด้วย

ในฐานะคนติดตามงานทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีข้อเสนอต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นดังนี้

1.ปัญหาเฉพาะหน้า

ให้เจ้าหน้าที่ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สวมชุดแสดงสังกัดของกระทรวงออกมาช่วยเหลือประชาชน ควรเริ่มตั้งแต่นาทีแรกที่ “ภัยพิบัติ” เกิดขึ้น ทั้งขนของ ย้ายของ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร แจกจ่ายสิ่งของเครื่องยังชีพ ช่วยสำรวจผู้ตกค้างตามบ้านเรือน เพื่อให้ทั้งผู้คนและทรัพย์สินเกิดความเสียหายน้อยที่สุด เหตุที่เรียกร้องก็เพราะเจ้าหน้าที่กระทรวง ทส.มีศักยภาพใกล้เคียงกับหน่วยงานทหารที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ดี

โดยแปรกำลังเหล่านี้มาช่วยเหลือประชาชน มายืนข้างประชาชนอย่างแท้จริง หลังจากที่ในอดีตเคยไปเป็นกำลังรับใช้ฝ่ายการเมือง เป็นม๊อบรับใช้กลุ่มการเมือง จนถูกทหารในอดีตปลดอาวุธมาแล้ว แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้จัดม๊อบในอดีตนั้น ยังได้ดีมีสุขอยู่ในขณะนี้ก็หลายคน โดยไม่มีการสอบสวนทวนความ เพื่อลงโทษเอาผิดแต่อย่างใด บางพื้นที่เจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทส.ก็ออกมาช่วยเหลือประชาชน แต่ประชาชนไม่ทราบ เพราะไม่มีสัญญลักษณ์แสดงหน่วยสังกัดแต่อย่างใด ส่วนใหญ่มีแต่ “ภาพของทหาร” เท่านั้นที่ออกช่วยเหลือประชาชน

2.ปัญหาระยะกลางและระยะยาว

– พัฒนา “ระบบเตือนภัย” ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่และครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด เป็นการเตือนภัยทั้งน้ำป่า ดินถล่ม และคลื่นลม ตลอดจนดินแผ่นดินไหว หรือภัยธรรมชาติอื่นๆ เพราะ “ระบบเตือนภัย” ที่ดีทำให้ลดการสูญเสียได้มากมาย ซึ่งเครื่องมือและอุปกรณ์ด้านนี้ก้าวหน้าไปมากแล้ว แต่ของประเทศเรายังล้าหลังและต้องการการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง นอกจากคุณภาพไม่ดี มีไม่เพียงพอแล้ว บางยุคบางสมัยยังมีเรื่องข่าวการทุจริตในการจัดซื้อเครื่องมือเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นบาปกรรมแท้ๆ เพราะเป็นการไปทำร้ายประชาชนทางอ้อม

กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทุกรายการต้องทำให้โปร่งใสแบบไร้ข้อสงสัย ต้องใช้ความซื่อตรงอย่างเคร่งครัด ไม่เปิดให้ใครหาประโยชน์ได้ ไม่ใช่ “ปากว่าตาขยิบ” ปากให้นโยบายไปทาง แต่ในทางปฏิบัติเมื่อเด็กเอาเงินมาให้กลับรับไว้อย่างหน้าตาเฉย

– ให้ทำการสำรวจพื้นที่ป่าของประเทศไทยใหม่ ทั้งป่าอนุรักษ์ในรูปแบบ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า และป่าสงวนแห่งชาติ ของกรมป่าไม้ว่ามีอยู่จริงเท่าไหร่ จะได้สามารถวางแผนแก้ไขปัญหาได้ เพราะการมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ทำให้สามารถบรรเทาความรุนแรงและเสียหายจากอุทกภัยลงไปได้มาก

– ตรวจสอบแหล่งน้ำและโครงการแหล่งน้ำว่าแหล่งน้ำของประเทศที่มีอยู่ใน “รูปห้วย หนอง คลอง บึง” เพื่อเป็นแหล่งรับน้ำมีอยู่จริงเท่าไหร่ ถูกบุกรุกไปแล้วเท่าไหร่ แล้วจะเอาคืนมาอย่างไร เพราะการมีแหล่งน้ำและแก้มลิงที่เพียงพอจะบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยได้มาก อย่าปล่อยให้โครงการขุดลอก และพัฒนาแหล่งน้ำเป็นแหล่งหาประโยชน์ของคนบางคน ตลอดจนสอบสวนโครงการที่ผ่านมาให้หมดสิ้น เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้

การบริการงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากต้องมีวิสัยทัศน์และรอบรู้แล้ว ความซื่อสัตย์สุจริต และตั้งใจจริงก็มีความจำเป็นไม่น้อย และที่สำคัญการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ต้องมี แผนงานโครงการระยะยาว ด้วย เพราะวิกฤตการณ์ด้านน้ำดังกล่าวนี้จะเกิดบ่อยขึ้น สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ และความเดือดร้อนของประชาชนจะมากเรื่อยๆ จึงต้องเตรียมรับมือไว้

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

No comments.